เมื่อร่างกายปิดประตูใส่ อินซูลิน? ทำไมคนวัย 40+ ถึง ลดน้ำหนัก ยาก
หลายคนในวัย 40+ คงเคยสงสัยว่าทำไม ลดน้ำหนัก ยากขึ้นกว่าเมื่อก่อน คุมอาหารแล้ว ออกกำลังกายแล้ว แต่ ลดน้ำหนัก ไม่ลง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความพยายาม แต่อยู่ที่ “อินซูลิน” ค่ะ ลองจินตนาการว่า อินซูลิน คือพนักงานส่งของที่คอยนำน้ำตาลไปส่งที่หน้าบ้าน (เซลล์) ของคุณ ในช่วงแรก เซลล์ก็เปิดรับปกติดี แต่ถ้าพนักงานคนนี้มาเคาะประตูบ่อยเกินไป เพราะเรากินจุกจิกทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นโซดา ขนมหวาน ข้าวขาว หรือพาสต้า เซลล์ก็จะเริ่มรำคาญและไม่อยากเปิดประตูอีกต่อไป นี่คือจุดเริ่มต้นของภาวะ ดื้ออินซูลิน ที่ทำให้คนวัย 40+ หลายคน ลดน้ำหนัก ยากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะพยายามควบคุมอาหารแล้วก็ตาม

ภาวะ ดื้ออินซูลิน คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภาวะ ดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) คือภาวะที่เซลล์ในร่างกายเริ่มตอบสนองต่อ อินซูลิน ได้น้อยลง กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นขั้นตอน
- ระยะที่ 1: เซลล์ยังรับ อินซูลิน ได้ แต่เริ่มรู้สึกว่า “ทำไมฮอร์โมนตัวนี้มาบ่อยจัง”
- ระยะที่ 2: ตัวรับสัญญาณบนเซลล์เริ่มทำงานช้าลง เซลล์เริ่มต่อต้านการเชื่อมต่อ
- ระยะที่ 3: ภาวะ ดื้ออินซูลิน เต็มตัว ตับอ่อนต้องหลั่ง อินซูลิน มากกว่าปกติ 3-5 เท่า กว่าร่างกายจะตอบสนอง
- ระยะที่ 4: เข้าสู่ภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานชนิดที่ 2 เซลล์ที่ผลิต อินซูลิน ในตับอ่อนเริ่มล้มเหลว

ผลกระทบของภาวะ ดื้ออินซูลิน ร้ายแรงแค่ไหน?
เมื่อเซลล์ไม่ยอมรับน้ำตาลเข้าไป น้ำตาลก็จะค้างอยู่ในเลือด สร้างความเสียหายต่อร่างกายหลายระบบ
- ผลต่อหลอดเลือด: น้ำตาลสูงทำลายผนังหลอดเลือดชั้นใน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
- ผลต่อระบบประสาท: หลายคนเริ่มมีอาการมือชา เท้าชา เดินไม่สบาย
- ผลต่อดวงตา: คนจำนวนมากสูญเสียสายตาจากเบาหวาน ไม่ใช่จากความชรา
- ผลต่อไต: บางคนต้องล้างไตตลอดชีวิตเพราะภาวะนี้
นอกจากนี้ ตับอ่อนยังต้องทำงานหนักขึ้น 2-5 เท่า จนเกิดการอักเสบและเหนื่อยล้า ผู้ที่มีภาวะ ดื้ออินซูลิน หลายคนจึงรู้สึกอยากนอนตลอดเวลา เบื่องาน เมื่อยตัว หรือต้องพึ่งกาแฟหลายแก้วต่อวัน

ทำไมคนที่ ดื้ออินซูลิน ถึง ลดน้ำหนัก ยาก?
การที่ ลดน้ำหนัก ยากเพราะภาวะ ดื้ออินซูลิน นั้นถือว่าเป็นฝันร้ายของคนที่พยายาม ลดน้ำหนัก มาก ๆ เพราะแม้แต่ตอนนอนหลับ ระดับ อินซูลิน ในตัวคุณก็ยังสูงพอที่จะ “สั่งห้ามสลายไขมัน” ตลอด 24 ชั่วโมง
ตามปกติแล้ว ช่วงเวลานอนหลับควรเป็นเวลาที่ร่างกายเผาไขมันสะสมได้มากที่สุด เพราะไม่มีอาหารเข้ามา แต่ถ้าระดับ อินซูลิน พื้นฐานสูง ร่างกายก็จะ “ล็อก” ประตูไขมันไว้ไม่ยอมปล่อยออกมาใช้ เปรียบเหมือนมีเงินอยู่ในตู้เซฟ แต่ไม่รู้รหัสเปิด จึง ลดน้ำหนัก ไม่ได้สักที
ความหิวที่ควบคุมไม่ได้เกิดจากอะไร?
หลายคนที่มีภาวะ ดื้ออินซูลิน มักถูกมองว่า “ไม่มีวินัย” หรือ “ตะกละ” แต่ในทางการแพทย์ ความหิวที่ควบคุมไม่ได้นี้ไม่ใช่เรื่องของจิตใจ มันคือความล้มเหลวของระบบสื่อสารระหว่างเซลล์กับสมอง
แม้ร่างกายจะมีไขมันสะสมมากพอที่จะอยู่ได้เป็นเดือนโดยไม่ต้องกินอะไร แต่เพราะน้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ เซลล์จึงส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า “หิว! ส่งอาหารมาเดี๋ยวนี้!” ทั้ง ๆ ที่มีพลังงานสำรองอยู่เต็มไปหมด
วงจรกินไม่หยุดเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ทำไมบางวันกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอิ่มแล้ว? จริง ๆ แล้ว ภาวะ ดื้ออินซูลิน สร้างวงจรที่ทำให้ ลดน้ำหนัก แทบเป็นไปไม่ได้ค่ะ
- ขั้นที่ 1: คุณกินขนมหรือแป้ง กระตุ้นให้ อินซูลิน หลั่งออกมา
- ขั้นที่ 2: เซลล์ไม่รับน้ำตาล สมองคิดว่าคุณ “หิว”
- ขั้นที่ 3: สมองสั่งให้เกิดความอยากอาหาร โดยเฉพาะของหวานและแป้ง
- ขั้นที่ 4: คุณกินเข้าไปอีก ทั้ง ๆ ที่มีแคลอรี่พอแล้ว
- ขั้นที่ 5: กระตุ้น อินซูลิน อีก ตับอ่อนทำงานหนักขึ้น
- ขั้นที่ 6: ภาวะ ดื้ออินซูลิน รุนแรงขึ้น กลับไปขั้นที่ 2 วนซ้ำไม่รู้จบ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงกินหลังมื้ออาหารแล้วยัง “ไม่รู้ทำไมยังหิว” อยากหวานเสมอแม้เพิ่งกินข้าวมา หรือกินขนมจุกจิกทั้งวันโดยหยุดไม่ได้
ทำไมคนที่มีภาวะโรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินถึงยิ่งหิว ยิ่ง ลดน้ำหนัก ไม่ลง?
คนที่มีภาวะ ดื้ออินซูลิน มักมีไขมันสะสมมาก แต่กลับหิวตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะขาดความมั่นใจ แต่เป็นเพราะระบบฮอร์โมนทำงานผิดปกติ
- ปัญหาที่ 1: ร่างกายดึงพลังงานจากไขมันเก่าออกมาใช้ไม่ได้ เพราะ อินซูลิน “ล็อก” ไว้
- ปัญหาที่ 2: พลังงานใหม่ที่กินเข้าไปถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมทันที แล้วก็เอาออกมาใช้ไม่ได้เช่นกัน
- ปัญหาที่ 3: ร่างกายมีแต่พลังงานสะสม แต่กลับขาดโปรตีนและวิตามินสำคัญ เพราะอาหารที่เติมเข้าไปมักเป็นคาร์บและไขมันเป็นหลัก
เปรียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนมีเงินอยู่ในบัญชีเยอะมาก แต่บัญชีถูกล็อกเอาออกมาใช้ไม่ได้ จึง ลดน้ำหนัก ไม่สำเร็จสักทีนั่นเองค่ะ
สรุป
ภาวะ ดื้ออินซูลิน ในวัย 40+ ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจหรือขาดวินัย แต่เป็นปัญหาทางระบบฮอร์โมนที่ทำให้ ลดน้ำหนัก ยากขึ้น หิวง่าย อิ่มยาก และเกิดวงจรกินไม่หยุด การเข้าใจกลไกการทำงานของ อินซูลิน คือก้าวแรกที่สำคัญ แล้วเราจะหลุดจากวงจรนี้ได้อย่างไร? มาติดตามกันต่อในตอนหน้าค่ะ และหากใครอยากรู้ว่าตัวเองมีภาวะ ดื้ออินซูลิน หรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กได้นะคะ
สำหรับผู้ที่ต้องการแนวทางฟื้นฟูระบบเผาผลาญอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนะนำโปรแกรมลดน้ำหนัก LISA ของ CHULADOCTOR WELLNESS CENTER ที่ออกแบบโดยแพทย์ โดยใช้โปรแกรม LISA ลดน้ำหนักที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ฟื้นระบบเผาผลาญ โดยไม่เน้นการอดอาหาร เพื่อให้คุณกลับมามีระบบเผาผลาญดีอย่างยั่งยืน



